เมื่อฉันเป็น โรคซึมเศร้า

เมื่อฉันเป็นโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เราอาจเผชิญกับปัญหาชีวิตที่รุนแรงหรือต่อเนื่องยาวนาน หรือระดับสารเคมีในสมองของเราเกิดเสียสมดุลเอง ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดอาการของโรคซึมเศร้าขึ้นมา

โรคซึมเศร้า กับ เศร้าตามธรรมชาติ ต่างกันอย่างไร

มนุษย์ทั่วไปอาจมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ได้ตามธรรมชาติโดยเฉพาะวัยรุ่นที่มีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงเยอะมาก แต่ “เศร้าตามธรรมชาติ” กับ “โรคซึมเศร้า” นั้นต่างกัน โรคซึมเศร้า จะทำให้เกิดอารมณ์เศร้าต่อเนื่องยาวนาน (เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ๆ ) และรุนแรงจนเสียหน้าที่ในการดำเนินชีวิต เช่น ไปเรียนหนังสือไม่ได้ อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ทำอะไรก็เบื่อหน่าย ท้อแท้ เก็บตัว มีปัญหากับเพื่อน

หากพบตัวเรามีอาการตามข้างต้นและส่งสัยว่าเราอาจจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เราสามารถทำแบบประเมินเพื่อทดสอบว่าเราเป็น โรคซึมเศร้าหรือไม่ ?

>>> แบบประเมินซึมเศร้าสำหรับวัยรุ่น (CES-D) <<<

 


 

เมื่อฉันเป็นโรคซึมเศร้า

ฉันควรทำอย่างไรเมื่อเป็น... โรคซึมเศร้า

ดูแลตัวเอง

เริ่มต้นด้วยการดูแลตัวเองให้ดี กินให้พอ นอนให้พอ เพราะคนซึมเศร้ามักกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทำให้สภาพร่างกายอ่อนเพลียและอารมณ์จะแย่ตาม แต่บางคนอาจกินหรือนอนมากไปซึ่งจะทำให้อารมณ์แย่ลงได้เช่นเดียวกันควรกินนอนพอดีๆให้เป็นเวลา

หาอะไรทำ

อารมณ์เศร้าจะทำให้อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากออกไปไหน แต่สุดท้ายถ้าเราทำตามอารมณ์ก็จะยิ่งเศร้ามากขึ้น

คำแนะนำ คือ ให้ฝืนทำกิจกรรมที่ควรทำ หรือจำเป็นต้องทำต่อไปแม้จะไม่อยากทำ ให้คิดไว้เสมอว่า “ทำตามแผนอย่าทำตามอารมณ์" ถ้าสามารถเพิ่มกิจกรรมให้ Active มากยิ่งขึ้นกว่าปกติได้ยิ่งดี เช่น ออกกำลังกาย จัดห้อง เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน กลับไปทำงานอดิเรกที่ตัวเองชอบการ ทำตัวให้กระฉับกระเฉง จะเป็นวิธีต้านอารมณ์เศร้าที่ดีมาก และทำให้หายจาก โรคซึมเศร้า ได้เร็วขึ้น

พบจิตแพทย์

การไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า ไม่ใช่เรื่องน่าอาย คนเราป่วยกายก็ไปหาหมอตรวจร่างกาย ถ้าจิตใจไม่สบายก็ไปให้จิตแพทย์รักษา เริ่มแรกจิตแพทย์จะพูดคุย รับฟัง แนะนำการปฏิบัติตัวให้เราและพ่อแม่ฟัง แล้วนัดมาดูอาการบางครั้งโรคซึมเศร้าสามารถหายเองได้เพียงแค่ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม

ถ้าหากยังไม่สะดวกใจที่จะเข้าพบจิตแพทย์ เราสามารถพูดคุยกับนักจิตวิทยาของกรมสุขภาพจิตเบื่องต้น แบบฟรีๆ ตลอด 24 ช.ม. ได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323

จิตบำบัด

จิตแพทย์อาจให้เราทำจิตบำบัด (psychotherapy) ซึ่งก็คือการไปนั่งคุยกันเพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจตัวเราเองและหาวิธีจัดการอารมณ์ความรู้สึกในใจของเราให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเนื้อหาในการพูดคุยจะถือว่าเป็นความลับ

ยาต้านเศร้า

ยาจะช่วยปรับสารเคมีในสมองของเราให้กลับสู่สมดุลภายใน 2-4 เดือน ควรกินยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่งและไม่ควรหยุดกินยาเองแม้จะอาการดีขึ้นแล้ว

***ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าการหยุดกินยาเร็วเกินไป จะทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำเพิ่มขึ้น

ถ้ากินยาแล้วมีผลข้างเคียงควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยา เพราะยามีหลายชนิดถ้ากินยาแล้วไม่ได้ผลหรือมีผลข้างเคียงมากเกินไป แพทย์อาจปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนชนิดยาให้ความเหมาะสมกับตัวเรา แต่ไม่ควรหยุดกินยาไปเองเฉยๆแพทย์อาจให้ยาต่อเนื่องถึง 6-12 เดือนหรือนานกว่าเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ

พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ

การพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจจะช่วยให้เราได้ระบายความรู้สึก ไม่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียว ลองนึกดูว่าเราคุยกับใครได้บ้าง อาจจะเป็นคุณพ่อคุณแม่พี่น้องครูอาจารย์หรือเพื่อนที่เข้าใจการพูดคุยจะทำให้เราได้แบ่งปันความรู้สึกกันได้รู้ว่าไม่ได้มี แต่เราที่ทุกข์อยู่คนเดียวนอกจากนี้คนอื่นอาจมีวิธีแก้ปัญหาดีๆที่เรานึกไม่ถึงแนะนำให้เราก็ได้ (อย่าลืมว่าเวลาซึมเศร้าเราจะคิดอะไรไม่ค่อยออกเหมือนตอนปกติ)

ถ้าไม่รู้จะคุยกับใครลองนึกถึงบริการทางสุขภาพจิตที่เราสามารถโทรไปปรึกษาได้ฟรี เช่น สายด่วนสุขภาพจิต 1323, facebook บ้านพลังใจ

 


ที่มา เอกสารแผ่นพับ เมื่อฉันเป็นโรคซึมเศร้า

โดย สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น

  View : 107

Tags: โรคซึมเศร้า ฉันเป็นโรคซึมเศร้า ดูแลโรคซึมเศร้า


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


 วันนี้ 123
 เมื่อวาน 1,080
 สัปดาห์นี้ 4,348
 สัปดาห์ก่อน 5,558
 เดือนนี้ 24,683
 เดือนก่อน 37,112
 จำนวนผู้เข้าชม 291,375
  Your IP : 100.24.113.182

Untitled Document