Page 10 - โปรแกรมเสริงสร้างทักษะชีวิตวัยรุ่น
P. 10

ตลอดเวลา พยายามดึงให้สมาชิกในกลุ่มได้มีส่วนร่วมทุกคน พยายามไม่ให้มีเด็กคนใดที่จะรู้สึก

           ถูกทิ้งจากกลุ่มหรือไม่ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม เด็กวัยรุ่นที่มีความไม่มั่นใจ ไม่กล้าแสดงออก
           วิทยากรอาจต้องมีบทบาทช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยที่จะพูดหรือบอกเล่าเรื่องราวของตนเองแก่ผู้อื่น
           ด้วยน�้าเสียงที่นุ่มนวล ให้เวลา สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและปลอดภัย
                 3. การตั้งกติกากลุ่มและสัญลักษณ์การสื่อสารภายในกลุ่มในช่วงแรกก่อนเริ่มกิจกรรม
           มีความส�าคัญเป็นอย่างมากกับการท�ากิจกรรมกับวัยรุ่น เช่น กติกาเรื่องการรักษาเวลา การขอ
           ออกจากกิจกรรมกลางคัน การรักษาความเงียบในกิจกรรมที่ต้องใช้ความนิ่งและสงบ ไม่รบกวน

           หรือแหย่คนอื่นเพื่อให้เสียสมาธิ ข้อตกลงเมื่อมีการแกล้ง รังแกกัน หรือพฤติกรรมอะไรที่สมาชิก
           ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในกลุ่ม การปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างการท�ากิจกรรม หรือการใช้สัญลักษณ์
           ที่อาจให้กลุ่มช่วยกันคิด เมื่อต้องการให้เกิดความเงียบ หยุดการพูดคุย เล่นกัน หรือสัญลักษณ์ใน
           การให้ก�าลังใจสมาชิกในกลุ่มนอกเหนือจากการตบมือ ซึ่งอาจสร้างสรรค์วิธีใหม่ๆ ที่เป็นเฉพาะของ
           กลุ่มก็จะท�าให้เด็กวัยรุ่นให้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้น

                 4. การชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเข้าร่วมกิจกรรม โดยเน้นเรื่องการให้สมาชิกในกลุ่ม
           เปิดโอกาสให้ตัวเองที่จะทดลองและพยายามมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเต็มที่เพื่อสังเกตผลลัพธ์
           ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกในกลุ่มที่จะแสดงออกและแลกเปลี่ยนโดยไม่ตัดสิน
           หรือต�าหนิกัน เน้นย�้ากับการรักษาความลับต่อกัน และให้ค�ามั่นสัญญาระหว่างสมาชิกในกลุ่มที่
           จะไม่น�าเรื่องราวในกลุ่มไปเล่าสู่กันฟังกับผู้อื่น หรือน�ามาล้อเลียนกัน
     บทที่ 1        ช่วงระหว่างการท�ากิจกรรม




                 1. บทบาทของวิทยากรจะเป็นเพียงผู้สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยพร้อมจะเปิดรับ และมี
           ความตั้งใจในการรับฟังผู้อื่น ด้วยการเริ่มต้นจากตนเอง น�้าเสียง ภาษาที่ใช้ ท่าทาง และค�าพูด
           ที่อ่อนโยน จะท�าให้วัยรุ่นรู้สึกผ่อนคลายและกล้าที่จะแสดงออกมากยิ่งขึ้น โดยพยายามหลีกเลี่ยง

           การใช้ค�าสั่ง การวิจารณ์หรือการต�าหนิ รวมถึงสังเกตบรรยากาศของกลุ่ม ในกรณีที่กลุ่มไม่พร้อม
           ในการท�ากิจกรรมที่เตรียมไว้ อาจจ�าเป็นต้องหากิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือการ
           เปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อดึงสมาชิกกลับเข้าสู่กระบวนการกลุ่ม
                 2. ทัศนคติของวิทยากรในการที่จะยอมรับความแตกต่างของสมาชิกแต่ละคนอย่าง
           เท่าเทียมกัน ตอบสนองอย่างเหมาะสม และมีความเชื่อในศักยภาพของสมาชิกแต่ละคน ผ่านถ้อยค�า
           และท่าทาง จะช่วยให้บรรยากาศการท�ากิจกรรมได้รับความร่วมมือจากสมาชิกวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น

                 3. กรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรม เช่น เกิดความขัดแย้ง ทะเลาะ หรือไม่พอใจกัน
           อาจจ�าเป็นต้องมีการแยกคู่กรณีออกจากกลุ่มใหญ่ และมีวิทยากรร่วมในการช่วยให้คู่กรณีได้มีโอกาส
           เปิดใจอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา แสดงออกอารมณ์อย่างเหมาะสม และมีวิธีแก้ไขปัญหา
           ร่วมกัน โดยแสดงให้สมาชิกในกลุ่มรับรู้ว่า ต้องมีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมและปัญหาของ
           ตนเองอย่างเหมาะสม

                 4. กิจกรรมที่มีการสัมผัสทางกายหรือมีปฏิสัมพันธ์กันเป็นคู่ วิทยากรควรมีความเป็นธรรมชาติ
           มากที่สุด มีการสาธิตและชี้น�าให้สมาชิกแสดงออกโดยไม่สื่อความหมายเป็นเรื่องการแสดงออก


           8
   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15