วัยรุ่นกับบุหรี่

จากการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่าการที่วัยรุ่นสูบบุหรี่เป็นระยะเวลายาวนาน จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พัฒนาไปใช้ยาเสพติดชนิดต่างๆที่อันตรายขึ้น เช่น Cocain , Methamphetamine , Alcohol และจากการศึกษาในหนูทดลองพบว่ามีผลกระตุ้นความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น กล่าวโดยสรุป บุหรี่ คือยาเสพติดต้นทาง (Gateway) นำไปสู่ยาเสพติดชนิดที่ร้ายแรงขึ้นนั่นเอง(Menglu Yuan,Sarah J Cross.et al.,2015)

จากผลกระทบดังกล่าวของนิโคตินในวัยรุ่นจะลดลงตามเวลาถ้าการได้รับนิโคตินลงลงทันทีทันใด แต่ยังมีการศึกษาวิจัยอีกหลายงานวิจัยที่ขัดแย้งกัน เช่น ทำให้หุนหันพลันแล่นมากขึ้น มีความระมัดระวังตัวน้อยลง และยากที่จะทำให้มันสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งแม้จะโตขึ้น (Menglu Yuan,Sarah J Cross.et al.,2015) ซึ่งยังไม่มีใครแน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นที่สมองต้องได้รับนิโคตินจากการสูบบุหรี่ในขณะที่สมองกำลังพัฒนา อาจนำไปสู่ความเสี่ยงสูงต่อการเสพติดระยะยาว

แนวทางการช่วยเหลือวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ ไม่ใช่มุ่งเน้นไปที่ตัววัยรุ่นอย่างเดียวเท่านั้น ควรทำให้องค์ประกอบต่างๆที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นตัววัยรุ่น ครอบครัว สถานศึกษาและชุมชน เพื่อรณรงค์ป้องกันและควบคุมการสูบบุหรี่ให้มีประสิทธิภาพ การคัดกรองและการประเมิน เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ผู้ประเมินต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของสูบบุหรี่ จะทำให้สามารถคัดกรองได้อย่างครอบคลุมและสามารถหาแนวทางการช่วยเหลือวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ได้ตรงประเด็นปัญหา(Fritz,D.J.,2008) เนื่องจากการช่วยเหลือและบำบัดรักษาผู้ที่เสพติดบุหรี่นั้นจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาการสูบและระดับความรุนแรงของการติด การสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่มักจะมีอาการคล้ายการถอนยาที่รุนแรงเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นตัวกระตุ้นให้อยากสูบ วัยรุ่นอาการถอนยารุนแรงน้อยกว่าแต่โอกาสพัฒนาเป็นยาเสพติดชนิดอื่นของวัยรุ่นมีสูงในขณะที่ของผู้ใหญ่ที่ไม่มี (Menglu Yuan,Sarah J Cross.et al.,2015)

การป้องกันและบำบัดรักษา ต้องประสานงานและร่วมมือกับบุคลากรทั้งสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน ให้ความรู้แก่วัยรุ่นทั่วไปเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของสูบบุหรี่ ทักษะชีวิตและการดำเนินชีวิตเพื่อห่างไกลบุหรี่และรู้เท่าทันกลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ในการหลอกล่อให้เกิดผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่

ในส่วนของการบำบัดรักษานั้นมีทั้งการบำบัดด้วยยาและการบำบัดรักษาทางจิตสังคมซึ่งจะแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของระยะเวลาการสูบและระดับความรุนแรงของนิโคตินจากการคัดกรองและประเมินดังกล่าว โดยส่วนใหญ่วัยรุ่นที่สูบบุหรี่มักมีระดับความรุนแรงของนิโคตินเล็กน้อยถึงปานกลาง ดังนั้นการบำบัดรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ การบำบัดทางจิตสังคม การประเมินแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรม การให้การปรึกษาทั้งรายบุคคลและรายกลุ่มทั้งผู้ปกครองและวัยรุ่น เนื่องจากการบำบัดด้วยยาอาจมีผลเสียที่ตามมา เช่น การติดนิโคตินเพิ่มมากขึ้น(Grimshaw&Stanton,2005)

กล่าวโดยสรุป ปัญหาความรุนแรงของการสูบบุหรี่ในวัยรุ่นทั้งระยะเวลาและความรุนแรงของระดับการติดนิโคตินมีแนวโน้มสูงขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาของชนิด ส่วนผสม เช่น บุหรี่รสต่างๆ บุหรี่ไฟฟ้ามาหลอกล่อให้วัยรุ่นสามารถตอบสนองต้องการที่ผิดของตนเองและความสะดวกในการเสพและพกพามากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนทั้งชุมชนและครอบครัวต้องร่วมมือกันในการป้องกันและช่วยเหลือ ให้กำลังใจและให้โอกาสแก่วัยรุ่นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็จะช่วยให้สังคมวัยรุ่นปลอดบุหรี่ได้อย่างแท้จริง

 

ที่มา :

Fritz,D.J.,Wilder,L.C.,Hardin,S.B.,&Horrock,M(2008).Program Strategies for aldolescent smoking cessation,JOSN:Official Publication of the National Association of school Nurse

Menglu Yuan,Sarah J Cross.et al.,(2015),Nicotine and the adolescent brain , The Journal of Physiology,Aug 15;593(pt 16)

Grimshaw,G.M.,&Stanton,A.(2005).Tobacco cessation interventions for young people.Cochrane Database of Systematic Reviews (online)

  View : 1921


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


 วันนี้ 182
 เมื่อวาน 1,083
 สัปดาห์นี้ 4,994
 สัปดาห์ก่อน 6,889
 เดือนนี้ 4,994
 เดือนก่อน 28,395
 จำนวนผู้เข้าชม 300,081
  Your IP : 3.235.136.34

Untitled Document