บาป 12 ประการจากสื่อ Online

ปัญหาการกลั่นแกล้งกัน (Bullying) เป็นปัญหาที่พบในวัยรุ่นมาอย่างยาวนานซึ่งโดยธรรมชาติของวัยรุ่นนับว่าเป็นปรากฏการณ์ปกติของเด็กในช่วงวัยนี้ แต่โลกอินเตอร์เน็ต (Cyber) เป็นรูปแบบที่ทำให้เกิดการกลั่นแกล้งกันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนพัฒนาการเป็นการกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์หรือ "Cyberbullying"

จากสถานการณ์ข่าวเรื่อง การกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์หรือ "Cyberbullying" ในประเทศไทยปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น ที่มักจะขาดการควบคุมตนเอง Self-control จากหลาย ๆ กรณีที่เป็นข่าวตาม Social หลายครั้งที่เรามักแสดงความคิดเห็นในการสร้างความเกลียดชังจนกลายเป็น"Cyberbullying" ตามมาเนื่องจากบนโลก Online ที่เราสามารถเป็นผู้สื่อสารได้เองโดยไม่มีใครรู้ว่าเราคือใคร จึงขาดการควบคุมตนเอง จนทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งตามมาได้ 
ซึ่ง "Cyberbullying" เป็นผลที่ตามมาจากอิทธิพลของสื่อ Online ในวัยรุ่น เพียง 1 ใน 5 ปัญหาเท่านั้น ยังมีปัญหาที่ตามมา ดังนี้

- การเสพติดอินเตอร์เน็ต 
- ค่านิยมการบริโภคที่ผิดผ่านรูปแบบOnline เกิดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น
- การสร้างค่านิยมทางเพศที่ผิดจากการบริโภคสื่อเรื่องเพศของผู้ใหญ่ 
- การล่อลวงจนนำไปสู่อุตสาหกรรมทางเพศ

การแก้ไขปัญหาที่สำคัญในระยะสั้นที่สำคัญ คือ วัยรุ่นเองนั่นแหละครับหากเห็นปัญหาไม่ควรเพิกเฉย ต้องขับเคลื่อนอย่างมีพลัง เช่น ถ้าพบว่ามีการสร้างความเกลียดชังบนโลก Online ควนตักเตือนกันด้วยคำพูดที่สุภาพ จัดตั้งชมรมต่าง ๆ ในการใช้อินเตอร์เน็ตเชิงบวกและรณรงค์และต่อต้านอินเตอร์เน็ตเชิงลบ

พ่อแม่เองต้องเข้าใจการเลี้ยงลูกในยุค IT ด้วยหลัก 3 ต้อง 3 ไม่ ดังที่ผมเคยให้ความรู้ไปก่อนหน้านี้ แต่ในกลุ่มวัยรุ่นจะเน้นเฉพาะแค่ 3 ต้อง 2 ไม่ เนื่องจากการควบคุมไม่ให้วัยรุ่นนำมาใช้ในห้องนอนนั้นเป็นเรื่องยาก หลัก 3 ต้อง 2 ไม่ ในวัยรุ่นมี ดังนี้
"3 ต้อง"
1. ต้อง กำหนดเวลาเล่น
2. ต้อง ตกลงโปรแกรมให้กับลูก
3. ต้อง เล่นกับลูกบ้าง
"2 ไม่"
1. ไม่ เป็นตัวอย่างที่ผิด
2. ไม่ เล่นในเวลาครอบครัว เช่น เวลาทานข้าว

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวนั้นหลายภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา เริ่มต้นที่ระบบการศึกษาควรจัดหลักสูตรให้มีเนื้อหาเรื่อง Media literacy หรือการรู้เท่าทันอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมและจัดรูปแบบการเรียนรู้เน้น Active leaning มากขึ้น เพื่อใช้ Internet เพื่อการเรียนรู้และค้นคว้า

องค์กรภาครัฐควรจัดพื้นที่สาธารณะเพื่อครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันในการเรียนรู้จากสถานที่จริง ๆ มากกว่าบนโลก Online ที่สำคัญกว่านั้นคือ การส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กตั้งแต่ปฐมวัยเพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีของการอ่านเพื่อการเรียนรู้และจะเป็นพื้นฐานให้เกิดการใช้อินเตอร์เน้นเพื่อการเรียนรู้และสร้างผลผลิตมากกว่าการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงและสังคมจนกลายเป็นลักษณะทางวัฒนธรรม หากจะก้าวเข้าสู่Thailand 4.0 ได้อย่างแท้จริง

 

 

ที่มา :  นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์  หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต

 

  View : 968


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


 วันนี้ 404
 เมื่อวาน 705
 สัปดาห์นี้ 6,480
 สัปดาห์ก่อน 5,558
 เดือนนี้ 26,815
 เดือนก่อน 37,112
 จำนวนผู้เข้าชม 293,507
  Your IP : 34.200.252.156

Untitled Document